แบ็คแพ็คไปเคาน์ดาวน์ที่ฮาร์บิ้น ตอน4/10 สระสวรรค์ที่ฉางไป๋ซาน

  โพสเมื่อ: วันจันทร์ 6 กุมภาพันธ์ 2017 (เข้าดู

วันอังคาร ที่27 ธันวาคม 2559 | สระสวรรค์ที่ฉางไป๋ซาน

ตีห้าตื่นมาจัดกระเป๋าที่จะเอาไปนอนพักกับทัวร์หนึ่งคืน พร้อมจัดเก็บทุกอย่างลงกระเป๋าสัมภาระใหญ่ เพื่อเอาไปฝากไว้ที่ห้องพักของพี่นัส พอหกโมงเช้าเราก็ออกจากหอพักนักศึกษา นั่งรถแท็กซี่ไปพร้อมพี่นัส ลงรถแล้วก็เดินตามพี่นัสไปเจอไกด์ ไกด์ก็ให้เราสองคนขึ้นไปนั่งรอในรถตู้ โบกมือลากับพี่นัส แล้วไกด์ก็ปิดประตูรถ อากาศหนาวเย็นลอดเข้ามาในรถจนเราสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็น แต่ก็พอจะทนไหว สักพักไกด์ก็เปิดประตู พร้อมลูกทัวร์ชาวจีนอีก6คนขึ้นมานั่งบนรถ เมื่อทุกคนพร้อม ไท่กั๋วก็พร้อมแล้ว ออกรถกันเลย รถแล่นออกจากเมืองหยานหยี ด้วยความที่เมื่อวานเรานอนดึกแล้วก็เดินเที่ยวเกือบทั้งวันเลยนอนหลับไปในรถ ระหว่างทางรู้สึกว่ารถตู้มีจอดแวะให้ลงไปเข้าห้องน้ำ แต่ไม่สนใจขอนอนอย่างเดียว เพราะรู้ดีว่าห้องน้ำระหว่างทางแบบนี้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยโอเค ระหว่างทางไกด์ก็แจกกระดาษขนาดเอสี่ มีข้อความภาษาจีนทั้งหมด แต่เราก็พอเดาได้ว่าเป็นการขายทัวร์เพิ่ม คือในทัวร์จะมีโปรแกรมพาเที่ยว แต่จะมีบางสถานที่เที่ยวข้างเคียงที่สามารถแวะได้ แต่เราต้องจ่ายเงินเพิ่ม ส้มถ่ายรูปส่งให้พี่นัสดู แต่พี่นัสบอกไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ เราเลยไม่ซื้อเพิ่มสักที่ แล้วเราก็หลับแบบไม่สนใจอะไรปล่อยให้คนจีนเค้าคุยกันไป มารู้สึกตัวตื่นมาอีกทีรถก็มาจอดอยู่ที่ร้านอาหารร้านนึง ทุกคนบนรถเดินลง เราก็เดินลงตามเข้าไปในร้าน อาหารมื้อนี้เป็นโต๊ะจีน ค่าอาหารรวมอยู่ในค่าทัวร์แล้ว มีอาหารลงมาเสิร์ฟ6-7อย่าง ไม่มีช้อนกลาง แต่ก็จำเป็นต้องกินไปนะคะ เพราะจะพูดขอช้อนกลางก็พูดไม่เป็น และถึงเราจะขอมาก็อาจจะไม่มีใครใช้ก็ได้ ก็เลยไม่รู้ว่าจะขอทำไม เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามแล้วนะคะงานนี้ กินข้าวเสร็จ หันไปเห็นไกด์ ใส่ชุดเกราะมาเต็มยศ มีปลอกขาที่ทำจากหนัง แล้วก็เสื้อหนาวตัวยาวปิดตัวถึงขา แว่นตาแบบที่ใช้เล่นสกี เราก็เดาว่าคงจะถึงที่หมายแล้ว เลยเข้าไปถามไกด์ว่าอุปกรณ์พวกนี้เช่าหรือซื้อ โดยใช้มือถือแปลภาษาให้ ไกด์ก็บอกว่าเช่า อย่างละ50หยวน เราทั้งสองคนเลยตัดสินใจขอเช่าปลอกขา เพราะตอนนี้เหมือนเครื่องกันหนาวที่ขาจะไม่พอ และก็เช่าแว่นตา1อัน ทั้งหมดเช่า3อย่างเป็นเงิน150หยวน มีวางมัดจำด้วย300หยวน (เดาเอาว่ามัดจำอย่างละ100หยวน) เค้าก็เขียนใบวางมัดจำมาให้เรา ไว้เวลามาคืนของก็เอาใบนี้มารับเงินมัดจำคืน ใส่ปลอกขา ลองแว่นตาเรียบร้อย เหมือนพี่เขตจะติดใจแว่นตา เห็นมีอันใหม่ๆในตู้เลย ชี้ไปแล้วพูดว่า “เจ้อเก้อ ตัวเส่าเฉียน” ชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่ คนขายก็บอกว่า “เหลียง ไป่ ลิ่ว” ส้มก็เดาว่า 260หยวน กดเลขในมือถือให้เค้าดู เค้าก็พยักหน้าว่าใช่ แหม..มีพูดห้วนๆสั้นๆแบบบ้านเราด้วย ไท่กั๋วเกือบไม่เข้าใจ ต่อราคาเจ๊คนขายไป 240หยวนหน่านะเจ๊ เจ๊บอก “ปู้ซื่อ” ไม่ได้ๆ งั้น250หยวนก็ได้นะเจ๊นะ ลดหน่อย เจ๊ก็บอกไมได้ลูกเดียวเลย เลยต้องยอมจ่ายเพราะพี่เขตอยากได้ แว่นนี้เหมาะกับคนที่ใส่แว่นสายตาด้วย สามารถสวมแว่นนี้ทับได้เลย เพราะจะมีร่องเว้นไว้ครอบขาแว่น สรุปก็ซื้อมาในราคา260หยวน เจ๊ใจแข็งมาก ช็อปปิ้งกันเรียบร้อย ไกด์ก็พาเราขึ้นรถตู้แล้วนั่งรถไปต่อ ไปถึงไกด์ก็ไปซื้อตั๋วมาแจกให้คนละ2ใบ ใบนึงราคา80หยวน อีกใบราคา85หยวน แล้วเราก็เดินผ่านประตูมาขึ้นรถบัสของอุทยาน ไกด์ก็ส่งเราที่ด้านหน้าทางขึ้นชมสระสวรรค์ ลูกทัวร์ชาวจีนก็เดินไปต่อคิว ไท่กั๋วก็เดินตามไปงงๆ เห็นคนอื่นซื้อตั๋วกันเองก็เลยเข้าไปซื้อด้วย แต่ต้องใช้วิชาแทรกตัวเข้าไปในช่องขายตั๋วที่มีอยู่ช่องเดียว ปิดด้วยกระจก แล้วต้องเอามือลอดผ่านช่องกระจกเล็กๆ ในช่องนั้นก็มีหลายมือที่พยายามสอดมือเข้าไป ในมือก็จะถือเงินค่าตั๋วส่งให้เจ้าหน้าที่ขายตั๋วด้านใน ส้มใช้วิชาไท่กั๋วสอดแทรกมือเข้าไปจนได้ตั๋วมาสองใบ ราคาใบละ80หยวน ได้แล้วก็เดินไปเข้าคิวต่อเพื่อขึ้นรถของอุทยาน เป็นเหมือนรถบิ๊กฟุต รถคันนึงจะนั่งได้5คน ข้างหลังสุด2คน แนวกลาง2คน และด้านหน้าข้างคนขับ1คน อย่างเรามากัน2คนก็จะต้องไปนั่งรวมกับคนอื่น เจ้าหน้าที่เค้าจะนับคนที่เดินไปขึ้นรถ มาถึงคิวเราพอดีที่เราสองคนได้ไปคันเดียวกัน ไม่ได้รอคันใหม่ รถอุทยานขับขึ้นไปเป็นทางขึ้นเขาเคี้ยวคดเหมือนกำลังนั่งไปดอยสุเทพ ถึงสุดทางรถจอดให้เราลง เดินลงมาก็เดินตามๆคนจีนเข้าไป ผ่านประตูเข้าไปแล้วจะมีป้ายบอกแต่สังเกตที่คนเดินไปเยอะๆก็พอจะทราบได้ เดินตามกันไป ประมาณไม่ถึง300เมตร ก็เจอแล้วสระสวรรค์ สวยงามเหมือนในภาพถ่ายที่ได้เห็น ที่นี่คือภูเขาไฟที่ระเบิดมาแล้วกว่าสามร้อยปี เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ พอฝนตกลงมาก็สะสมน้ำจนกลายเป็นวิวที่สวยงาม เรียกว่า บ่อสวรรค์ (TIANCHI หรือ HAEVEN LACE) ถือเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของชาวเกาหลีที่สักครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาให้ได้ พื้นที่ของเขาครึ่งหนึ่งอยู่ในเขตของเกาหลีเหนือ อีกครึ่งหนึ่งเป็นของจีน ดังนั้นชาวเกาหลีใต้ส่วนใหญ่ก็จะมาขึ้นจากทางฝั่งประเทศจีนนี่แหละค่ะ อากาศวันนี้ท้องฟ้าโปร่ง สีฟ้าสดใส เป็นใจให้เราจริงๆ ถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนาน มีความสุขมากๆ แต่ตรงนี้ลมแรงมากและหนาวมากเช่นกัน แต่ดีที่เราสองคนเตรียมความพร้อมเรื่องเครื่องกันหนาวมาเต็มที่ มีถุงมือไฟฟ้าที่ช่วยได้มากๆ ทำให้เรายืนถ่ายรูปอยู่ตรงจุดนั้นได้นานพอสมควร ถ่ายภาพและชมความงามจนพอใจก็เดินกลับเข้ามาในอาคารไม้ มีอาหารและเครื่องดื่มขาย เราสองคนนั่งพัก ซื้อกาแฟแก้วละ50หยวนมาดื่มคลายความหนาว แล้วก็ไปต่อคิวเพื่อขึ้นรถกลับลงไปข้างล่าง ระหว่างต่อคิวก่อนจะเดินออกจากประตูไปมีโซนขายของที่ระลึก เราก็เลยเลือกของที่ระลึกมา1ชิ้น เป็นที่ทับกระดาษ ทำเป็นแก้วรูปสี่เหลี่ยม มองเข้าไปจะเห็นเป็นภาพวิวของบ่อสวรรค์ในฤดูต่างๆ ราคา50หยวน แล้วก็เดินมาขึ้นรถกลับลงมาข้างล่าง รถมาส่งลงอีกที่ก็แอบตกใจ แต่ลงรถมาเจอไกด์พอดี แสดงว่าไกด์เรารู้งาน ไกด์บอกให้เดินวนขึ้นไป แล้วลงมาเจอกันที่เดิมนี้ ทางเดินเป็นบันไดเดินขึ้นไปไม่ชันมาก เดินไปจนสุดเหมือนเป็นน้ำตกเล็กๆแต่กลายเป็นน้ำแข็งหมดแล้ว ถ่ายรูปแล้วเดินกลับมาหาไกด์ ไกด์ก็พานั่งรถไปอีกที่ เป็นเหมือนลานสกี และมีน้ำร้อนไหลผ่าน เป็นทางเดินขึ้นบันไดแต่ทางนี้ชันหน่อย เดินขึ้นมาเหนื่อยเลยนั่งพักในซุ้มขายอาหาร ซื้อมาม่าหนึ่งถ้วย 20หยวน แบ่งกันกินสองคน พอคลายหนาวและนั่งให้หายเหนื่อย ก็ออกมาเดินเล่นต่อ เดินขึ้นไปมีบ่อน้ำร้อน อุณหภูมิประมาณ 83องศาเซลเซียส ต้มไข่สุก เพราะมีไข่ต้มขาย เหมือนตามแหล่งท่องเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนบ้านเรา ทางเดินกลับลงไป เห็นมีเจ้าหน้าที่กับแผ่นสไลด์เดอร์ เดาเอาว่าถ้าใครไม่อยากเดินลงก็ใช้บริการสไลด์เดอร์ลงไปแทน แต่ไม่รู้ว่าจ่ายเพิ่มเท่าไหร่เพราะเราเลือกเดินลงไป ถึงข้างล่างท้องฟ้าก็เริ่มสลัว ไกด์พาขึ้นรถอุทยานกลับมาส่งด้านหน้าอุทยาน แล้วเราก็พบลูกทัวร์ที่รออยู่แล้ว ไกด์พาพวกเราเดินไปขึ้นรถตู้แล้วคนขับรถก็ขับออกไป และกลับเข้าไปจอดในร้านอาหารร้านเดิม เดาว่าเราคงต้องทานอาหารเย็นที่นี่ และไกด์ก็นำทุกคนเดินลงไปในร้าน พร้อมเชิญชวนให้นั่งทานอาหารเย็นร่วมกัน ใครที่เช่าอุปกรณ์กันหนาวไว้ก็เอาไปถอดคืน พร้อมรับค่ามัดจำคืน มื้อเย็นก็เป็นเมนูอาหารเดิมเหมือนเมื่อกลางวัน สงสัยอุ่นร้อนวนไปอยู่นั่น กินมันเข้าไปเพื่อเรี่ยวแรงในการเที่ยวของเรา แต่ถ้าถามหาความอร่อยนั้น ก็หาได้น้อยเหลือเกิน มีเมนูเห็ดหูหนูนี่น่าจะขายดีที่สุดแล้ว เห็ดจะใบเล็กๆกินแล้วกรุบๆอร่อยดี กินข้าวเย็นเสร็จก็ไปเข้าที่พักกัน ไกด์แจกคีย์การ์ดห้อง แล้วเราก็ถามว่าตอนเช้าไกด์จะนัดกี่โมง “หมิงเทียน” พรุ่งนี้ “เจ่าสร้าง” ตอนเช้า “เสินมอสือเจียน” เวลากี่โมง ดีนะที่ไกด์เข้าใจ ก็เขียนเวลามาในกระดาษ เป็นอันเข้าใจกันว่า ตื่น 6:30 น. กินข้าว 7:00 น. รถออก 7:30 น. นัดกันเรียบร้อยก็แยกย้ายกันเข้าห้อง

27-1

จุดนัดพบขึ้นรถกับไกด์จีน

27-1-1

ระหว่างเดินทางไปเขาฉางไป๋ซาน

27-2

ถึงแล้วภูเขาฉางไป๋ซาน

27-3

เข้าอุทยานไปขึ้นรถบัส

27-4

ในอุทยานเขาฉางไป๋ซาน

27-5-1

อากาศหนาวขนาดที่มีเกร็ดน้ำแข็งเกาะตามหน้า

27-5

ซื้อตั๋วแล้วมาต่อแถวขึ้นรถไปบ่อสวรรค์

27-6

ขึ้นรถอุทยาน นั่งได้คันละ5คน

27-7

รถมาส่งตรงทางเข้าบ่อสวรรค์

27-8

TIANCHI ว้าวมาก

27-9

ทางเดินไปบ่อสวรรค์ (TIANCHI)

27-10

บ่อสวรรค์ (TIANCHI)

27-11

บ่อสวรรค์ (TIANCHI)

27-12

บ่อสวรรค์ (TIANCHI)

27-13

เข้ามาหลบความหนาวในอาคาร และรอขึ้นรถกลับ

27-13-1

ขึ้นรถไปจุดต่อไปในอุทยาน

27-14

มาชมน้ำตกในอุทยานฉางไป๋ซาน

27-15

น้ำตกที่กลายเป็นน้ำแข็งไปแล้ว สวยไปอีกแบบ

27-16

แล้วมาชมบ่อน้ำร้อน

27-17

บ่อน้ำร้อน ในอุทยานฉางไป๋ซาน

27-18

Julong Hotspring บ่อน้ำร้อนในอุทยานฉางไป๋ซาน

27-19

Julong Hotspring บ่อน้ำร้อนในอุทยานฉางไป๋ซาน

27-20

Julong Hotspring บ่อน้ำร้อนในอุทยานฉางไป๋ซาน

27-21

หนีหนาวเข้าในอาคารแล้วเติมพลังด้วยมาม่าจีน

27-22

ขากลับถ้าไม่อยากเดิน สไลด์ลงได้

27-23

มีคนปั้นเป็ดน้อยทิ้งไว้ท่ามกลางความหนาว

27-24

เที่ยวในอุทยานตั้งแต่เช้าจรดเย็น

ห้องพักค่อนข้างดีระดับหกดาว อาบน้ำเปลี่ยนชุดนอน เอนหลังแล้วก็ไม่ลืมที่จะส่งรูปสวยๆไปอวดพี่นัส ทริปนี้ถือว่าบรรลุเป้าหมายไปหนึ่งที่ ถ้าไม่ได้พี่นัสก็คงไม่ถึงจุดหมายปลายทางแห่งนี้ ในใจรู้สึกขอบคุณพี่นัสเป็นอย่างมาก นอกจากจะช่วยให้เราได้มาเที่ยวสมใจแล้ว ยังดูแลอย่างดีไม่ตกหล่นเลย และถือว่าเราโชคดีมากๆที่มาที่นี่ครั้งแรกก็เป็นวันที่ฟ้าโปร่งสามารถขึ้นชมบ่อสวรรค์ได้สมใจอยาก คืนนี้เลยนอนหลับด้วยความอิ่มเอมใจจริงๆ

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ


ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นสำหรับเรื่องนี้.....

แสดงความคิดเห็น

* ชื่อ
* อีเมลล์

บทความล่าสุด
5 อันดับที่เที่ยว ยอดนิยม